ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลแห่งชาติ
ในพระอุปถัมภ์
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จังหวัดลำปาง
ลำปาง – 18 พฤศจิกายน 2551 – ช้างไทยตั้งท้องจากการผสมเทียมน้ำเชื้อแช่แข็งเป็นตัวแรกของโลก
คณะสัตวแพทย์ประจำศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จังหวัดลำปางจัดการแถลงข่าวเปิดเผยถึง ความสำเร็จที่คณะสัตวแพทย์ไทยได้ทำการผสมเทียมช้างไทยด้วยน้ำเชื้อแช่แข็งเป็นผลสำเร็จเป็นตัวแรกของโลก
คณะสัตวแพทย์ของไทยประสพความสำเร็จในการผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อช้างแช่แข็งเป็นรายแรกของโลก จากความร่วมมือของคณะสัตวแพทย์ ระหว่าง โรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิกองทุนรักษ์ช้างภาคเหนือ หน่วยงานราชการ และองค์กรเอกชนต่างๆ ได้ร่วมกันศึกษาวิจัยในการผสมเทียมช้างมากว่า 8 ปี และได้ประสพความสำเร็จในการผสมเทียมช้างด้วยน้ำเชื้อช้างแช่แข็งเป็นรายแรกของโลก
คณะทีมงานวิจัยได้ทำการผสมเทียมเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 27–28 -29 พฤศจิกายน 2550 ให้กับแม่ช้างชื่อ พังสาว อายุ 26 ปี เป็นช้างจากปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้น้ำเชื้อช้างแช่แข็งของ สีดอตาแดง ช้างเพศผู้ อายุ 31 ปี จากศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ จังหวัดลำปาง ได้ทำการรีดน้ำเชื้อและทดลองแช่แข็งไว้ในถังไนโตรเจนเหลว ที่อุณหภูมิติดลบ 196 องศาเซลเซียส เมื่อเดือนกรกฎาคม 2550 จากนั้นได้นำน้ำเชื้อมาอุ่นละลาย เพื่อทำการผสมเทียม และเมื่อคำนวณวันตกไข่ของช้างพังสาว จากการเจาะเลือด ตรวจฮอร์โมน พบว่าน่าจะตกไข่ในช่วงเวลาดังกล่าว ต่อมาภายหลังการผสมเทียม คณะทีมงานสัตวแพทย์ได้ทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจเช็คฮอร์โมนการตั้งท้อง โปรเจสเตอโรน (Progesterone) พบว่ามีค่าสูงอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเดือนมีนาคม 2551 ก็ได้ทำการตรวจอุลตร้าซาวด์ เพื่อยืนยันการตั้งท้องอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพบว่า การตั้งท้องยังคงดำเนินไปตามปกติ ทำให้คาดว่า พังสาวจะตกลูกในราวเดือนกันยายน 2552
สำหรับ การผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อสดนั้น ได้ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก โดยทีมนักวิจัยจากประเทศเยอรมันและทีมนักวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีช้างตกลูกจำนวนหลายเชือก ในประเทศสหรัฐอเมริกา และบางประเทศในทวีปยุโรป ซึ่งทีมวิจัยดังกล่าวได้พยายามที่จะทดลองทำน้ำเชื้อช้างแช่แข็ง แต่ยังไม่ประสพความสำเร็จ แต่คณะนักวิจัยของประเทศไทยได้ประสพความสำเร็จในการทำน้ำเชื้อช้างแช่แข้งได้เป็นครั้งแรกของโลก
แต่เมื่อราวต้นปี 2545 คณะนักวิจัยผสมเทียมช้างของประเทศไทย ก็ได้ทำการทดลองผสมเทียมช้างด้วยน้ำเชื้อสดและประสพความสำเร็จมาแล้ว มีช้างตั้งท้องและตกลูก จากแม่ช้างชื่อ พังขอด อายุ 28 ปี เป็นช้างของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลฯ ได้ทำการผสมเทียมเมื่อวันที่ 8–10 มิถุนายน 2548 ลูกช้างเกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2550 เป็นลูกช้างพลาย ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ทุกประการ ขณะนี้ลูกช้างพลายดังกล่าวอาศัยอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลฯ มีอายุได้ 1 ปี 8 เดือนแล้ว ซึ่งทำให้คณะนักวิจัยไทยถือเป็นคณะแรกของเอเชียที่ประสพความสำเร็จในการผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อสด
หลังจากนั้น คณะนักวิจัยการผสมเทียมช้างทั่วโลกได้มีความพยายามที่จะทำการผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อช้างแช่แข็ง แต่ยังไม่มีทีมใดประสพความสำเร็จเลย แต่ขณะนี้ คณะนักวิจัยของประเทศไทยได้ประสพความสำเร็จเป็นรายแรกของโลกแล้ว
หมายเหตุ ในเอเชียเคยมีช้างที่ผสมเทียมที่สามารถให้กำเนิดลูกเป็นครั้งแรกที่สวนสัตว์ กรุงเทลาวีฟ ประเทศอิสราเอล แต่เป็นคณะทีมงานสัตวแพทย์จากประเทศเยอรมันจากสถาบัน IZW (Institute of Berlin’s Zoo Biology and Wildlife Research) ที่เข้าไปทำการผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อสด ทั่วไปแล้วคณะทีมงานต่างประเทศจะคิดค่าจ้างในการผสมเทียมราวประมาณ 50,000 ดอลล่าร์สหรัฐ (หรือประมาณ 1,700,000 บาท) ต่อครั้ง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
นายสัตวแพทย์สิทธิเดช มหาสาวังกุล
หัวหน้าฝ่ายโรงพยาบาลช้าง
ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลแห่งชาติ โทร 081 – 8845834
นายสัตวแพทย์ ดร.สิทธทวีร์ ทองทิพย์ศิริเดช
คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร 081 – 2555936
นายสัตวแพทย์ ฉัตรโฉติ ทิตาราม
คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร 085 – 3534432
นายส้ตวแพทย์ รณชิต รุงศรี
นายสัตวแพทย์ ประจำปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โทร 081 - 9932305
